ดูไบ ภาคต่อ และ Mission Impossible 4

posted on 11 Jan 2012 23:14 by life-in-the-sky
Burj Khalifa
ขออินเทรนสักหน่อยกับพี่ทอมครูซสุดหล่อ ^^ เราไปทริปอาบูดาบี-ดูไบมาเมื่อวันที่ 5-9 ธันวาคมที่ผ่าน (แอบรู้สึกผิดที่หนีไปเที่ยววันพ่อ แหะๆ) หลังจากเขียนเรื่องเฟอรารี่ไปแบบงงๆแล้วก็รู้สึกติดค้างในใจว่า เออทำไมไม่เขียนให้จบวะ... หลังจากดองมานาน ผ่านไปหลายทริป ตอนนี้กลับมาหยุดอยู่บ้านด้วยความฟุ้งซ่าน เพราะดันได้ข่าวว่า กลับไปจะต้องอยู่คนเดียวอีก 2 อาทิตย์... ไม่มีคนมาชวนไปนู่นนี่...
Burj Khalifa ถือเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ อยู่ที่เมืองดูไบ ถามว่า สวยมั้ย มันสวยนะ มหัศจรรย์ แต่เพราะเห็นตึกสูงมาเยอะรึยังไงก็ไม่รู้ เลยไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ ดันมาตื่นเต้นตอนเห็นตึกนี้อยู่ในหนัง Mission Impossible4 ฮ่าๆ ความรู้สึกประมาณว่า กูเหยียบมาแล้วนะเว้ยอะไรแบบนี้ อิอิ
ตอนแรกเราเริ่มต้นการเดินทางที่อาบูดาบี แล้วนั่งรถต่อมาดูไบ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ที่ความเร็วประมาณ 100-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะไม่งั้นโดนจับ ปรับ... ทริปนี้เราได้คนใจดีพาเที่ยว และเช่ารถขับ สบายไป ฮ่าๆ ที่ดูไบ ที่แรกที่เราไปคือ Ski Dome เรารู้ตั้งแต่ตอนเรียนปีสี่สมัยทำรายงานพรีเซนส์เรื่องดูไบแล้วว่าที่นี่มีสกีโดม มีเครื่องสร้างหิมะ แล้วตอนนั้นในใจก็นึกด่าว่า มีทราย เป็นทะเลทราย จะกระแดะสร้างหิมะทำไมฟ่ะ... ทำไมไม่ทำSand Ski ให้เด่นๆ ณ วันนั้นยอมรับเลยว่า เสียงคำพูดตัวเองดังขึ้นมา พร้อมกับอีกเสียงที่ว่า...
"ว่าเข้ากระแดะสร้าง มรึงนี่แหละกระแดะมาเสียตังค์เล่น!!!" ที่จริงเราแค่อยากเห็น แต่คุณคนที่ไปด้วยอยากเล่น ก็โอเค ว่าไงว่าตามกัน หลังจากมึนๆ เบลอๆ ดูเขาถามรายละเอียด ซื้อตั๋ว (เพราะอิชั้นนอนยาวมาจากอาบูดาบี ฮ่าๆ) พอเห็นราคาค่าเล่น ค่าเทรนเบสิค และค่าเช่าชุด โอ้ววววแม่เจ้า 2 คน 600 ดีแร่ม คิดเป็นเงินไทยง่ายๆ เติม 0 ไปอีกหนึ่งตัว...-_-" แพงจริงโว้ย....เกรงใจ แต่คุณเพื่อนร่วมทางย้ำถึงกฎที่ตั้งไว้ตั้งแต่เริ่มเดินทาง...เลยโล่งอก ฮ่าๆ ที่จริงอยากจ่าย แต่แบบ...กฎก็เป็นกฎ อิอิ
ก่อนเล่นสกีเราจะได้เสื้อคลุมกะกางเกงขายาวมาให้สวม ซึ่งมันก็กันหนาว กันความชื้นได้ระดับนึง กับรองเท้าสกีซึ่ง หนักมากๆและจะแข็งคลุมตั้งแต่เท้ายันครึ่งแข้ง เหมือนใส่เฝือกครับ! ทุกคนจะเดินด้วยท่าประหลาดๆ แล้วต้องแบกสกี ที่ยาวประมาณ 2 เมตรมั้ง เพื่อไปที่ลานฝึกซ้อม ขนาดยังไม่เข้าโดม ใจเต้นตึกตักๆ ได้ยินเสียงความคิดตัวเอง ตูจะล้มป่าววะ จะเจ็บตัวมั้ย บลา บลาๆ ล้านกว่าอย่าง แต่มาดต้องนิ่งไว้ ดังนั้น ยิ้มมมมมมม ฮ่าๆ เวลาเล่นจริงๆ เบสิคคือการโน้มตัวไปข้างหน้า ซึ่งค่อนข้างเหมือน Inline Skate ที่เคยเล่นมา เลยโล่งอกมากก
เทรนประมาณชั่วโมงเดียวคือเรื่องการทรงตัว ถ้าใครอยากเรียนต่อต้องไปลงคอร์สต่อไป เราขอบายละ ไปวิ่งเล่นของเล่นดีกว่า อิอิ
หลังจากเข้าไปทรมานตัวเองในความหนาวเย็น อยู่สองชั่วโมง สังขารเริ่มงอแงว่า ไม่ไหวแล้วนะ ออกเหอะ เราเลยร้องงอแงจะออก... แบบมีมาด ประมาณว่า หิวอ่ะ ไปหาของกินกัน อิอิ ออกจากที่หนาวๆ อย่านึกนะว่า จะจิบกาแฟ โกโก้ โนเวย๋...ไอ้กิ๊บลากคนที่ไปด้วยเข้า ฮาเก้นดาส ฮ่าๆ เขาก็ทำหน้างง แต่เรารู้ว่า ฮาเก้นดาสเป็นไอศครีมที่เขาชอบที่สุด เพราะฉะนั้นไม่มีปฏิเสธ ฮ่าๆ
Gold to go ซื้อทองที่ตู้อัตโนมัติในห้างได้!
ออกจากดูไบมอลล์ เขาพาเราไปเดินเล่นที่ริมทะเล ซึ่งที่โรงแรมและร้านอาหารมากมาย สวย หรู อลังการ... อากาศดีมากกกกก ลมพัดเย็นๆ จากนั้น เขาก็บอกว่า เราจะไปกินมื้อเย็นที่ Atlanthis กันนะ ตอนแรกที่ได้ยินก็ อืมๆ หลังจากสมองน้อยๆ เริ่มทบทวน เอ้ยยย มันคือโรงแรมที่อยู่บนโค้งของเกาะปาล์ม! ช้านจะได้ไปเหยียบมันจริงๆเหรอออออ มีอะควาเรี่ยมด้วยใช่ม้ายยย เพื่อนร่วมทางเห็นตาที่เป็นประกายลุกวาว คงกลัวจะผิดหวังเลยบอกว่า วันนี้คงได้แค่กินข้าว กับดูความอลังการแบบรีบๆ เพราะอะความเรี่ยมปิดแล้ว ไว้คราวหน้าพามาใหม่นะ
ฟังแล้ว โอเคๆ ยอมๆ ฮ่าๆ
ที่ Atlanthis เป็นห้องอาหารบุฟเฟ่นานาชาติ ย้ำว่า นานาชาติจริงๆ มีส้มตำด้วยเอ้า เสริฟกุ้งมังกรให้กินจนจุใจ แต่สิ่งที่เราชอบมากที่สุดคือ หอยนางรมสดตัวโตๆ กับ มาการอง แล้วก็ Apple Candy ขนมในความทรงจำ สมัยอยู่ Niagara Falls >__< กินจนอิ่ม อืด จุก คุณสารถีจำเป็นก็พากลับ อาบูดาบี แต่คราวนี้ไอ้กิ๊บไม่หลับ อิอิ
วิวจากห้องนอน คือ Marina Hotel มองกันเพลิน...
สิ่งที่แพลนว่าจะทำ แต่เวลาไม่พอคือ
1 กระโดดร่มที่ดูไบ
2 อะควาเรียม
3 ขับโกคาร์ท
ไม่เป็นไรคราวหน้าเอาใหม่ เพราะมีคนสัญญาแล้ว อิอิ

Comment

Comment:

Tweet